วันเสาร์ที่ผ่านมา (17 ต.ค.) มีโอกาสได้ไปงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 14

ที่จัดที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์มา งานจะมีตั้งแต่วันที่ 15-25 ต.ค. 52 นี้

ไปทั้งที่ก็ต้องได้หนังสือกลับมา

ก็แหม... นานๆจะซื้อที่ (จริงๆนะ) ก็เลยได้หนังสือมาเยอะ (เรียกง่ายๆว่าหมดตูด)

จะว่าไปแล้วก่อนไปงานหนังสือเนี้ย ตอนเช้าก็ไปตัดแว่นสายตามา

(จะเล่าให้ฟังในตอนต่อไป แบบว่าช่างตัดแว่นบอกเลยว่าปล่อยมาจนป่านนี้ได้ไง!!)

     ถ้าอ่านไปเรื่อยๆจะเห็นได้ว่า แตนซื้อหนังสือหลายประเภทอยู่เหมือนกัน  ยิ่งตอนนี้ต้องมาทำงาน

ที่เกี่ยวข้องกับการเขียนด้วยแล้ว เลยต้องอ่านหนังสือให้หลากหลายมากขึ้นไปอีก 

(ก็จะพยายามอ่านแล้วเก็บเกี่ยวสิ่งที่มีประโยชน์ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ด้วย)

        กว่าจะได้ไปงานนี้ก็เที่ยงกว่าๆแล้ว ก็เรียกได้ว่าเดินเรื่อยๆ ก็ได้หนังสือเรื่อยๆ เหมือนกัน

 เล่มแรกที่ได้เป็นหนังสือจากสำนักพิมพ์สารคดี ชื่อ "สิ่งประดิษฐ์คิดได้ไง"

                             จากราคา170 บาท ลดเหลือ 129 บาท

จากนั้นเลยเดินไปบูธใกล้ๆกัน กับสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ สำนักพิมพ์ขวัญใจเด็กๆ

ก็เลยได้หนังสือมา 2เล่ม คือ

                          

 

ครอบครัวตึ๋งหนืดนั่นเอง (แต่ทำเอาตูเหงือตกเลย) 2เล่ม 316 บาท (เล่มละ 158 บาท)

ลด 20 % แล้วเหลือ 253 บาท รู้สึกตอนนี้ไม่ตึ๋งหนืดแล้วสิเรา... ไม่เป็นไรๆ เดี๋ยวเราไปอ่านแล้ว

จะได้ไปซึมซับความตึ๋งหนืดมาบ้าง 555

จากนั้น รู้สึกว่าหิวแล้วเลยไปกินข้าว และก็เลยนั่งพักไปในตัวด้วย

ก็เลยกินอาหารเจ กับข้าว 2 อย่าง 45 บาท (ถูกสุดในนั้นแล้ว)นั่งสักพักก็เดินต่อ ไปเรื่อยๆ ก็ได้มาอีกเล่มนึงเป็นเซ็ต อัจฉริยะของลุงไอน์สไตน์  "อัจฉริยะฉลาดเขียน"

             ซื้อมาอ่านเผื่อได้หลักการเขียนดีมีไอเดียกระฉูดมาใช้เขียนบ้าง แต่ตอนนี้

 

    ตอนนี้กระเป๋าแตนเริ่มฉีกแล้วจ้า นายยยยจ๋าาาา  จาก 175 บาท ลดเหลือ 148 บาท

เดินไปเรื่อยๆก็เจอบูธที่่ฮิตตลอดกาลของสาวๆ และไม่สาวที่นิยมชมชอบนิยายซีรี่ส์ "ความรู้สึกดีๆที่เรียกว่ารัก"

และนิยายในเครือสำนักพิมพ์แจ่มใส  ที่แตนไม่เข้าไปซื้อมานานหลายปีแล้วเนื่องจาก

1. คนเยอะมาก ทำให้การจราจรในโซนนั้นติดไปหมด คนที่จะเดินผ่านไปก็ผ่านได้อย่างยากลำบาก

   (ถือหนังสือก็หนัก แถมคนมุงกันอย่างกับแจกฟรี)

   จากจุดนี้เองทำให้แตนเลิกซื้อหนังสือในบูธของแจ่มใสไปนานแล้ว (ไม่ใช่หนังสือเค้าไม่ดี แต่คนเยอะเกิน ก็คนมันแก่แล้ว จะไปเบียดกับสาวๆก็ไม่ไหวอยู่)

     สำหรับแตนแล้ววิธีแก้ส่วนหนึ่งของบูธแจ่มใสก็คือ จัดแจ่มใสบุ๊คส์แฟร์ไปเลยดีกว่า

(จะรวมสำนักพิมพ์อื่นที่พิมพ์นิยายมาร่วมกันเปิดบูธก็ได้)  เดินไปก็เจอบูธ ณ บ้านวรรณกรรม

(สำนักพิมพ์ที่พิมพ์นิยายดีๆ มากมาย) ก็เดินไปเรื่อยๆ ก็ไปเจอหนังสือท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

(อีแตนชอบเที่ยวค๊าาา)เป็นของ สำนักพิมพ์ : พาบุญมา

                  จากราคา 195 บาท ลด 20 % เหลือ 156 บาท (ปาดเหงือเลยตู)

   "น่องโป่ง" เป็นหนังสือเกี่ยวกับท่องเที่ยวกรุงเตพ  มีทั้งแหล่งช้อป แหล่งโซ้ย แหล่งเที่ยวราคาถูกตามสถานที่

ต่างๆ มากมาย ซึ่งเค้ามีให้คำจำกัดความหนังสือเล่มนี้ว่า "เเล้วคุณจะรู้ว่า กรุงเทพฯ เเละละเเวกใกล้ๆ มีที่ให้

เที่ยวอีกเพียบ" แหม...อย่างงี้ก็ได้เวลาน่องโป่งแล้วละสิ อิอิ  อีกเล่มที่ได้มาเป็นของนักเขียนชื่อ

"รัตนวุฒิ เจริญรัมย์"  อดีตเด็กชาย ( ตอนนี้เป็นหนุ่มแล้ว ) วัย 18 ( อดีต ) ผู้เขียน

ผจญภัยโลกล้านไมล์กับ วัย 18แต่เล่มที่ได้มาเป็นเล่มที่เกี่ยวกับตลาดน้ำ ตลาดโบราณ

  "ตลาดน้ำ ( มหาชล ) มนตร์เสน่ห์ตลาดโบราณ" จากราคา 245 บาท ลดเหลือ 200 บาท

เล่มต่อไปเป็นเล่มที่ได้จาก บูธของนักเขียนระดับเทพคนหนึ่งของเมืองไทย "คุณวินทร์ เลียววาริณ" นั่นเอง

ปกติไม่เคยอ่านหนังสือของคุณวินทร์เลย จะได้เริ่มต้นอ่านในเร็ววันนี้แน่นอน ส่วนหนังสือที่ซื้อมานั้นมีชื่อว่า

วินทร์ เลียววาริณ[คุยกับหนอน]

                     

 

    โดยเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับที่คุณวินทร์ ตอบจดหมายกับแฟนๆในเว็บ http://www.winbookclub.com

เล่มนี้ ราคา 100 บาทถ้วนนะคะ ไม่ลดราคา เพราะว่ารายได้ที่ได้จากการขายหนังสือจะเข้าโครงการ

เติมหัวใจใส่ห้องสมุด เพื่อตีพิมพ์หนังสือดีบริจาคให้ห้องสมุดทั่วประเทศค่ะ (มางานนี้ได้บุญด้วย )

อ๋อ เล่มนี้เป็น ลิมิเต็ต ด้วยนะจะบอกให้

               ตอนนี้เดินมาก็ประมาณบ่าย 2 โมงกว่า จะบ่าย 3 แล้ว ได้หนังสือมา 1 2 3 ... 7 เล่มแล้ว เล่มต่อไปนี้

เป็นนักเขียนอีกท่านหนึ่งที่แตนชอบตั้งแต่สมัยท่านเขียน "สืบจากศพ" แล้ว บอกงี้ปุ๊ปรู้ทันทีว่าผลงานนี้เป็นของ

หมอพรทิพย์นั่นเอง เล่มนี้เป็นเล่มล่าสุดของหมอพรทิพย์ค่ะ ชื่อดุเดือด เรื่องก็ดุเดือดไม่แพ้กัน กับทักษิณวิปโยค

       เล่มนี้จากคำโปรยบอกว่า แฉเบื้องลึก "เบื้องหลัง สืบ-ซ่อน-ศพ

ภารกิจลับชายแดนใต้ สงครามที่มีลมหายใจของผู้บริสุทธิ์เป็นเดิมพัน เรื่องจริงที่คุณอาจไม่เชื่อ"

ด้วยสไตล์การเขียนแบบ "เข้มข้น ชวนติดตาม ในแบบฉบับ CSI เมืองไทย"

เล่มนี้ซื้อมา 165 บาท จาก 195 บาท  ถึงแม้จะยังไม่ได้อ่านแต่แตนอยากให้คนได้อ่านกันเยอะๆ โดยเฉพาะ

ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง จะได้รู้ว่าตอนนี้สถานการณ์ที่ภาคใต้ไปถึงไหนแล้ว และทหารชั้นผู้น้อยเค้าทำงานกัน

เหนื่อยแค่ไหนแล้ว!! เสี่ยงชีวิตกันแค่ไหนแล้ว!! เฮ้อ...

     ตอนนี้หลังจากที่เดินมานานโคตรๆ แล้วสังขารเริ่มไม่อำนวย (ปวดขา ปวดน่อง ปวดแขนจากการถือหนังสือ)

เลยเดินตะลุยแล้วได้หนังสือเพิ่มอีกดังนี้

ของสำนักพิมพ์เวิร์คพอยท์ ได้มา 5 เล่ม ตามนี้

  4 เล่มนี้ 200 บาท และ

 เล่มนี้ที่ขายดีอย่างกับแจกฟรี   ซื้อมา 100 บาท ลดจาก 125 บาท

สำนักพิมพ์ a book ได้มา 2 เล่มคือ

คำวิเศษ ของพี่บิ๊ก ภูมิชาย บุญสินสุข จาก 185 บาท ลดเหลือ 165 บาท  อีกเล่มเป็นของใบพัด

   จาก 210 บาท ลดเหลือ 190 บาท

                                       จาก 169 บาท เหลือ 140 บาท

1 cm ของ โอสธี ซึ่งเป็นหนังสือดีเด่น seven book awards รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทรวมเรื่องสั้น

 

                                                ซื้อมา 50 บาท

 

 

 

 

หมอโอ๊ต หมอคนนี้ไงที่ทำคลิปลงยูทูปในนาม OT หมอนอกเวลา เล่มนี้ ซือมา 80 บาท

 

                                ซื้อมา 144 บาท จาก 180 บาท

และนักเขียนคนโปรดอีกคนหนึ่งที่ไปงานหนังสือทีไรต้องซื้อกลับมาทุกที่นั่นก็คือ พี่เอ๋ นิ้วกลม ปีนี้ได้มา 2 เล่ม

แต่!! ซื้อซ้ำมาเล่มนึง นั่นก็คือ

        แถมซื้อมาเท่าไหร่ก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าลด 20% มั้ง (ราวๆ 148 บาทมั้ง)

 

                                        ซื้อมา 162 บาท จาก 190 บาท

 

แล้วก็ซื้อหนังสือรวมคณะในมหาลัยต่างๆมา 2 เล่ม รวมแล้ว 220 บาท

และเล่มสุดท้าย เป็นนิยายเล่มเดียวที่ซื้อมา แล้วก็ซื้อตอนประมาณหกโมงเย็น คือจวนจะกลับบ้านแล้ว

     เป็นของณารา "รักสุดใจ ผู้ชายของฉัน" ซื้อมา 176 บาท

 

 

 สรุป  ซื้อมาทั้งหมด 24 เล่ม แม่เจ้า!! แบกกลับมาได้ไงเนี้ย ราคาร่วมทั้งหมด

 

 3,053 บาท

 

โฮกกกกกกกกกกกกกกอยากกรีดร้องเป็นภาษาฮิปรู หนังสือแพงมากกกกกกกกกก

 

         เข้าใจแล้วว่าทำไมคนไทยโดยเฉลี่ยแล้วถึงอ่านหนังสือน้อย (ในทางการตลาด - จริงๆแล้วคนอ่านไม่น้อย

ลงเพียงแต่ไม่เพิ่มขึ้น แต่คนที่อ่านหนังสือเป็นคนกลุ่มเดิมที่อ่านหนังสืออยู่แล้ว ไม่มีกลุ่มเป้าใหม่) เพราะหนังสือ

แพงมาก หนังสือดีๆ วรรณกรรมดีๆ (เข้าใจว่าค่าสิขสิทธิ์และ กระดาษแพง) ที่มีคุณค่า มีราคาสูง ทำให้คนทำงาน

ที่มีรายได้ไม่มากนัก (เช่นเรา) ยังต้องกินต้องใช้อยู่ ไม่มีเงินเหลือกินเหลือใช้  เด็กๆ ที่ยังไม่มีเงินมากนัก คือยัง

ต้องขอเงินพ่อแม่อยู่ไม่มีปัญญาซื้อ จะเช่าหนังสือ ก็มีแต่นิยาย pocketbook การ์ตูน ไม่มีหนังสือดีๆอ่าน จะอ่าน

ในห้องสมุดโรงเรียนหรือมหาลัยก็มาช้าหรือไม่มา หรือจะไปอ่านที่ TK Park ก็เอากลับมาอ่านที่บ้านไม่ได้

(ไม่สะดวก) ฯลฯ ก็เลยวกเข้ามาสู่เรื่องเดิมๆ คนไทยอ่านหนังสือน้อย คนอ่านก็บ่นว่าหนังสือแพง คนอยากอ่าน

อยากเก็บหนังสือดีๆ (ที่มีมากมาย) ก็คิดหนัก (ก็มันแพงนิ!!)

       ถึงบ่นไปก็เท่านั้นละ แต่อย่าลืมว่า เรามีการแก้ปัญหาเรื่องนี้นะ ก็ด้วยวิธีที่ (คิดว่า) ฉลาด นั่นคือ เราก็ไปซื้อ

หนังสือกับเพื่อน โดยไม่ให้ซ้ำกันแล้วมาแลกกันอ่าน สมมุติเพื่อนมี 10 คน ซื้อคนละ 2 เล่ม ก็มีหนังสือ 20 เล่ม

แล้ว 3 เดือนซื้อที ก็ตกคนละ 8 เล่มต่อปี ดังนั้น 1 ปี ก็มีหนังสือให้อ่าน 80 เล่มแล้วจริงๆมั้ย ทำให้เราได้อ่าน

หนังสือที่หลากหลายตามรสนิยมคนซื้อแล้ว ยังสบายกระเป๋าด้วย 

 

 

 

 

ดังนั้น เพื่อนๆคะ ใครมีหนังสือดีๆ มาแลกกันอ่านมั้ย?

 

 

 

 

 

 

    
    


edit @ 24 Oct 2009 00:24:40 by taanja

Comment

Comment:

Tweet