เมื่อตาขวากระตุกตลอดเวลา
posted on 12 Oct 2009 10:21 by taanjaเมื่อประมาณ 5 อาทิตย์ที่แล้ว จู่ๆก็มีอาการแปลกๆบนใบหน้าของเรา
จะเป็นสิว จะหน้ามัน ก็ปกติ โอเค...เป็นไปตามวัยที่ยังสาวและสวย
แต่ที่มันแปลกกว่านั้นก็คือ ความรู้สึกถึงตาขวาที่กระตุกค๊าาาา อร๊ายยยย ขวาร้ายซ้ายดีนิหว่า
(คนโบราณเค้าว่าเมื่อตากระตุกก็จะมีความเชื่อเรื่องโชคดี-โชคร้าย) แต่ที่มันมากกว่านั้นก็คือ
"ตาขวามันกระตุกตลอดเวลาเลยอะ" ช่วงอาทิตย์แรกก็รู้สึกแค่ว่ามันกระตุกแรงจัง แต่ไม่ค่อยรำคาญเท่าไหร่
อาทิตย์ที่ 2 เริ่มเซ็งจิต แม่งจะกระตุกอะไรนักหนาว่ะ
อาทิตย์ที่ 3 เริ่มหงุดหงิด (แตน... แกน่าจะหงุดหงิดตั้งแต่อาทิตย์แรกแล้วนะ -*-)
แต่คราวนี้มันเริ่มกระตุกเบาลงกว่า 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา แต่ก็ตั้งใจแล้วว่าจะไปหาหมอแล้วละ
แต่ก่อนไปเราคุยกับเพื่อนเรื่องนี้ มันก็บอกว่า "กูว่ามึงนอนน้อย" (น้อยบ้านแกดิเสาร์-อาทิตย์นอน ตี1 ตื่นเที่ยง)
ไม่ก็ "กูว่ามึงต้องซวยโคตรๆโว้ย ตาขวากระตุกตลอดเวลา"
เออ... ขอบใจเพื่อน ที่ตากูกระตุกตลอดเวลาเนี้ยซวยไม่พอเหรอว่ะ แค่นี้ก็ซวยพอแล้ว
และวันที่จันทร์ ที่ 5 ต.ค. 52 ที่ผ่านมา ตื่นแต่เช้า (ประมาณ 8.00 น.) ไปโรงพยาบาล
ก็แจ้งเค้าตามปกติ รอแล้วรอเล่าเผ้าแต่รอ รอหมอเรียกเมื่อไหร่จะได้ตรวจซะที ผ่านไปจน 9.30 น.
พี่พยาบาลเรียกไปคุยกับหัวหน้าพยาบาลฝ่ายระบบประสาทวิทยา
(เออ.. ไม่ได้เป็นโรคประสาทนะ ถึงแม้จะใกล้เป็นแล้วก็ตาม)
หัวหน้าพยาบาลแจ้งว่า "อาการที่น้องเป็นน่าจะเป็นเกี่ยวกับระบบประสาทที่บริเวณใบหน้าซีกขวา
ยังไงก็จะนัดให้ไปตรวจในวันพุธที่จะถึงนี้ เพราะหมอไม่มีคิวว่างเลย"
แล้วพี่พยาบาลก็บอกอีกว่า "มาตรวจก่อนถ้ามันไม่ใช่ก็จะส่งไปตรวจแผนกตาต่อ"
โฮ... นอกจะไม่รู้ว่าจะเป็นโรคอะไรแล้วยังต้องตรวจอีกหลายอย่างเลยเหรอเนี้ย
สรุปแล้ว เราเลยรับนัดหมอในวันพุธด้วยความเต็มใจ เพราะเซ็งเต็มที่กับอาการที่เป็นอยู่
แล้วเราก็ไปทำงานตามปกติ
วันอังคาร ก่อนวันที่หมอนัด1 วัน
วันนี้ตื่นมาตากระตุกเป็นปกติค่ะ แต่ที่มากกว่านั้นคือ "อีแตนเคืองตาขวาค่ะ"
นี่มันเกิดอะไรกับฉันอีกเนี้ย
ตากระตุกอย่างเดียวไม่พอ ต้องมันเคืองตาด้วยอีก
จะขยี้ตาก็กลัวตาบอด
เคื่องก็เคือง รู้สึกนอยด์มากมายอะ แต่ก็ต้องทนไว้พรุ่งนี้ก็ได้ไปหาหมอแล้ว
วันพุธ วันที่หมอนัดตรวจ
ตอนเช้า ไปทำงานปกติ และออกจากที่ทำงานตอน 4 โมงเย็น (ลืมบอกไปว่าหมอนัด 5 โมงเย็น)
ไปถึงก็ประมาณ 5 โมงพอดี โห... คนเยอะมาก รอถึง 6 โมงกว่าถึงจะได้ตรวจ
พอได้เข้าไปเจอหมอก็ทักทายตามปกติ แล้วก็เป็นสิ่งที่คุยกับหมอซึ่งหมอก็บอกถึงอาการที่แตนเป็นว่า
หมอ : มันไม่มีสาเหตุ ค่ะสามารถเกิดขึ้นเองได้ และหายได้ เมื่อหายแล้วก็สามารถกลับมาเป็นใหม่ได้
หมอ : ช่วงนี้เครียดมั้ยคะ
แตน : นิดหน่อย (จริงๆแล้วเครียด)
หมอ : นอนหลับดีมั้ย
แตน : ก็โอเคนะคะ (เหอ... จริงๆไม่)
แตน : อ้อ ... หมอคะ เมื่อวานนี้ตาขวามีอาการเคืองตาค่ะ มันเกิดจากอะไรคะ
หมอ : มันเป็นผลข้างเคียงจากอาการที่ตาเรากระตุกค่ะ ไม่ต้องกังวลนะ เดี๋ยวหมอให้ยาหยอดตาไปด้วย
และจะให้ยาพวกกดประสาทส่วนกลางไปนะคะ
(Clonazepam- มารู้ที่หลังว่าใช้ลดอาการวิตกกังวล และใช้ไปยานอนหลับได้)
แล้วดูอาการอีกที่ อาทิตย์หน้า หมอนัดดูอาการเพิ่มเติมนะ วันพุธหน้าเวลา 5 โมงเย็น
แตน : หมอค่ะแล้วถ้ายาที่หมอให้ไปไม่ได้ผลต้องทำยังไงอะคะ (ตอนนี้เริ่มกลัวมาก กลัวตาบอด
)
หมอ : ก็ต้องเปลี่ยนยา และถ้ายังไม่ได้ผลอีก วิธีสุดท้ายที่จะทำคือ การฉีดโบท๊อกซ์
แตน :
และก็บอกลากับหมอไปสำหรับวันนี้ พอตอนไปรับยา ก็เจอเภสัชถามอีก
เภสัช : น้องนอนไม่หลับเหรอ
แตน : เปล่านี่คะพี่ (โกหกอีกละตู)
เภสัช : ยานี่มันใช้เป็นยานอนหลับได้เลยนะ แล้วน้องเครียดด้วยเหรอ
แตน : ก็นอดนึงคะพี่ (โกหกอีกละตู -*-)
เภสัช : ยากินครั้งละครึ่งเม็ดนะ ก่อนนอนนะ แต่ถ้าตื่นเช้ามาแล้วตายังกระตุกอีกก็กินอีก เศษ 1 ส่วนสี่ก็ได้
แต่ต้องระวังง่วงนะ ส่วนยาหยอดตาก็หยอดตอนที่เคืองตาก็ได้
แตน : ค่ะ ขอบคุณค่ะ -/\-
กว่าจะออกจากโรงพยาบาลได้ก็ เกือบ 2 ทุ่มไปละ กลับไปก็กินข้าว แล้วก็นอนปกติ
พุธนี้เจอกันค่ะหมอ
แตนเอง
ปล. ยาที่หมอให้มา นอนหลับสนิทจริงๆค่ะ ชักหลงรักมันซะแล้ว
edit @ 12 Oct 2009 11:37:43 by taanja
edit @ 12 Oct 2009 16:17:38 by taanja
edit @ 12 Oct 2009 16:18:47 by taanja


#1 By ~WIwIZARD~ on 2009-10-12 14:30